การสร้างโฆษณาแบบจำนวนผู้เข้าชม

วัตถุประสงค์ทางการตลาดแบบจำนวนผู้เข้าชมเหมาะสำหรับคนที่ต้องการทำโฆษณาเพื่อเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ การมีเว็บไซต์ย่อมมาพร้อมความต้องการที่จะให้มีคนเข้ามาที่เว็บไซต์เยอะๆ ด้วย เช่น เว็บไซต์ E-commerce ย่อมต้องการโปรโมทให้มีคนเข้าไปดูสินค้าในเว็บไซต์เยอะๆ เพราะเมื่อมีจำนวนผู้เข้าชมเข้าไปที่เว็บไซต์เยอะๆ ก็มีโอกาสที่จะขายสินค้าในเว็บไซต์ได้มากยิ่งขึ้น การใช้โฆษณาวัตถุประสงค์ทางการตลาดแบบจำนวนผู้เข้าชมจึงตอบโจทย์เป็นอย่างมาก การทำงานของโฆษณาแบบจำนวนผู้เข้าชมนี้ เมื่อกลุ่มเป้าหมายคลิกที่ตัวโฆษณาแล้ว หน้าจอจะเปิดไปยัง URL ของ Landing Page  ที่เรากำหนดเอาไว้ (Landing Page หรือหน้าเพจที่จะถูกเปิดขึ้นมาเมื่อกลุ่มเป้าหมายคลิกที่โฆษณาของเรา)

  1. เข้าไปที่ ตัวจัดการโฆษณา แล้วคลิกปุ่ม +สร้าง จากนั้นเลือก วัตถุประสงค์ทางการตลาดเป็นจำนวนผู้เข้าชม

  1. ตั้งชื่อแคมเปญแล้วคลิกปุ่ม “ดำเนินการต่อ” เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการสร้างชุดโฆษณา

  1. เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการสร้างชุดโฆษณาให้ตั้งชื่อชุดโฆษณา

  1. เลื่อนลงมาระบบจะถามว่า โฆษณาเพื่อส่งให้ผู้เข้าชมไปยังเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชันในมือถือ หรือแอพแชทอย่าง Messenger ในตัวอย่างนี้จะทำโฆษณาเพื่อเพิ่มเว็บไซต์เข้าสู่เว็บไซต์

  1. กำหนดกลุ่มเป้าหมายเพื่อจะแสดงโฆษณาไปหา

841

  1. เมื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายเสร็จแล้ว เลื่อนลงมาด้านล่างจะเป็นการเลือก Placements หรือตำแหน่งของโฆษณา ซึ่งใน วัตถุประสงค์ทางการตลาดแบบจำนวนผู้เข้าชม นั้นมี Placement ที่สามารถเลือกใช้ได้แตกต่างจาก การมีส่วนร่วม

ให้คลิกที่ แก้ไขตำแหน่งการจัดวาง จะพบว่ามีตำแหน่งโฆษณาให้เลือกแตกต่างไปจากวัตถุประสงค์ทางการตลาดแบบ การมีส่วนร่วมให้ผู้ใช้เลือกตำแหน่งที่ต้องการจะแสดงโฆษณา โดยไม่ให้คลิกเลือก Instagram

  1. กำหนดงบประมาณและวันเริ่มต้นและสิ้นสุดของโฆษณา

จากนั้นให้คลิกที่คำว่า การปรับการนำส่งโฆษณาให้เหมาะสม เพื่อเข้าไปตั้งค่าชุดโฆษณาในเชิงลึก

– การปรับการนำส่งโฆษณาให้เหมาะสม: จะมีตัวเลือกทั้งหมด 4 แบบ คือ

1.) จำนวนการคลิกลิ้งก์ : ระบบจะแสดงโฆษณากับคนที่มีพฤติกรรมชอบคลิกเข้าเว็บไซต์

2.) การเข้าชมแลนดิ้งเพจ : ระบบจะแสดงโฆษณากับคนที่มีพฤติกรรมชอบคลิกเข้าเว็บไซต์และโหลดอ่านเว็บไซต์ด้วย (แนะนำให้เลือกอันนี้)

3.) อิมเพรสชัน : ระบบจะพยายามแสดงโฆษณาให้มากที่สุด (พยายามให้เกิด อิมเพรสชัน มากที่สุด) โดยไม่สนใจว่าโฆษณาจะมีการค Like, Share, Comment หรือไม่

4.) การเข้าถึงที่ไม่ซ้ำกับต่อวัน  : คล้ายกับแบบ อิมเพรสชัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่แบบ Daily unique reach จะพยายามแสดงโฆษณาให้มากที่สุด โดยที่กลุ่มเป้าหมายหนึ่งคนจะเห็นโฆษณาแค่ครั้งเดียวต่อวันเท่านั้น

845

– เกณฑ์การเรียกเก็บเงินจากคุณ คือ รูปแบบในการจ่ายเงินค่าโฆษณา จะมี 2 ตัวเลือกในการจ่ายค่าโฆษณา

1.) อิมเพรสชัน : จ่ายเงินทุกครั้งเมื่อโฆษณาของเราแสดง

2.) จำนวนการคลิกลิ้งก์ : จ่ายเงินเฉพาะเมื่อมีคนคลิกที่โฆษณาแล้วเข้าไปยังเว็บไซต์เท่านั้น

เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้วก็จะเสร็จสิ้นการสร้างชุดโฆษณาให้คลิกปุ่ม “ดำเนินการต่อ” เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการสร้างโฆษณาต่อไป

  1. เข้ามาสู่ขั้นตอนการสร้างโฆษณาหรือตัวโพสต์โฆษณาอย่างแรกให้เลือกเพจที่ต้องการทำโฆษณาก่อน

  1. เลื่อนหน้าจอลงมาจะเจอกับหัวข้อรูปแบบ ซึ่งเป็นการเลือกรูปแบบของโฆษณาว่าจะทำโพสต์โฆษณาเป็นแบบรูปภาพหรือวิดีโอหรือแบบอื่นๆ

  1. คลิกปุ่ม “อัพโหลดภาพ” เพื่ออัพโหลดรูปภาพมาเป็นภาพโฆษณา ขนาดของรูปภาพที่ Facebook แนะนำสำหรับ วัตถุประสงค์ทางการตลาด คือ 1200×628 pixels จะทำให้ภาพแสดงเต็มไม่ถูก Crop

  1. การกรอกข้อความที่จะใช้เป็นข้อความบรรยายในโฆษณา ข้อความนี้จะแสดงอยู่บนโพสต์โฆษณา โดยมีรายละเอียดดังนี้

ข้อความ : เป็นข้อความบรรยายด้านบนโฆษณา หรือที่เรานิยมเรียกว่า Caption ความยาวไม่เกิน 90 ตัวอักษร

เว็บไซต์ URL : ให้ใส่ URL ที่เป็น Landing Page  ลงไป (URL ของเพจที่จะเปิดขึ้นมาเมื่อกลุ่มเป้าหมายคลิก)

ข้อความพาดหัว : เป็นข้อความพาดหัวบนรูปภาพโฆษณา เป็นข้อความที่ใหญ่ที่สุด ความยาวไม่ควรเกิน 30 ตัวอักษร

Call to action : ในโฆษณาของเราจะมีปุ่มสำหรับคลิกได้ 1 ปุ่ม เรียกว่า ปุ่ม Call to action สามารถเลือกได้ว่าข้อความที่อยู่บนปุ่มนี้ จะใช้ข้อความอะไร มีให้เลือกอย่างหลากหลาย เช่น Learn More. Shop now, Apply now, Book now, Call now, Contact us และอื่นๆ อีกมากมาย

  1. ทางด้านขวามือจะมีโฆษณา Preview ให้ดูตัวอย่างของโฆษณาก่อนจะอัพอีกครั้ง

เมื่อเสร็จสิ้นคลิกปุ่ม “ยืนยัน” เป็นอันเสร็จสิ้นการสร้างโฆษณาแบบจำนวนผู้เข้าชม เพื่อส่งให้คนไปยังเว็บไซต์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!